ดรอปชิป ตายแล้วจริงหรือ? is dropshipping dead?

ดรอปชิป คือ dropship ดีไหม Amazon Aliexpress eBay Dropshipping

พูดกันเยอะว่า ดรอปชิป นั้นตายแล้ว แท้จริงเป็นอย่างไร ลองอ่านบทความนี้ดู จะมือใหม่ มือเก่า หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อน ต้องอ่านบทความนี้ให้ละเอียด หากใครอ่านบนมือถือ แนะนำให้กลับไปอ่านบนคอมอีกรอบ และลองคิดวิเคราะห์ตามไปด้วย ลองใช้เครื่องมือตามไปด้วย รับรองว่าท่านอาจจะเห็นไอเดีย หรือค้นพบอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากที่บทความกล่าวถึงเสียอีก

ปล.บทความนี้ไม่ได้ชี้แนะให้ขายหรือไม่ให้ขายสินค้าแบบดรอปชิป หากใครสนใจทำก็ศึกษาให้ดี ศึกษาความเสี่ยงในแง่ต่างๆให้ดีก่อนลงมือขายนะครับ

ดรอปชิป คืออะไร

หลายท่านคงเข้าใจหรือเคยอ่านบทความจากที่อื่นๆมาแล้ว เลยสรุปสั้นๆให้อีกรอบ ดรอปชิปคือ การนำสินค้าของคนอื่นมาขายต่อด้วยการบวกกำไรเข้าไป และไม่ต้องซื้อมาสต๊อคไว้ก่อน หากขายสินค้าได้ เราก็ค่อยไปซื้อสินค้าจากคนขายหรือโรงงาน ให้เขาส่งสินค้าให้ลูกค้าเราโดยตรงเลย เช่น เราขายให้ลูกค้า 500 บาท แต่เราซื้อจากต้นทางหรือโรงงาน 200 บาท เราก็จะได้กำไร 300 บาท เป็นต้น ในรายละเอียดปลึกย่อยยังมีอะไรอีกเยอะ ไว้จะมาเขียนแยกเป็นบทความถึงวิธีการทำแบบละเอียดให้อีกที

เทรนด์ของ ดรอปชิป เป็นยังไง

วิธีที่ง่ายและน่าเชื่อถือมากที่สุดอันหนึ่งที่จะบอกได้ว่าเทรนด์ของดรอปชิปนั้นมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ก็คือการเช็คบน google trends จากรูปด้านล่างจะเห็นว่าแนวโน้มนั้นมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะยังขึ้นต่อ ไม่มีใครบอกได้ครับ) แต่ที่อยากจะแชร์จากประสบการณ์ตรงอย่างหนึ่งคือ VAS เริ่มขายสินค้า โดยตอนนั้นก็เริ่มจาก Dropship นี่แหละในปี 2012 และในปี 2016 ก็เริ่มมีคำพูดหนึ่งผ่านหูเข้ามาคือ ใครทำดรอปชิปตอนนี้ช้าไปแล้ว ไม่ทันแล้ว และคำพูดนี้ก็มีมาเรื่อยๆ ทุกๆปี เริ่มมากขึ้น ผลเป็นยังไงก็ลองดูกราฟเอาเองครับ

dropship ดรอปชิป เทรน ดีไหม 2021

 

อะไรทำให้ดรอปชิปน่าสนใจ

1. เริ่มต้นด้วยทุนที่น้อยหรือไม่ต้องมีทุนเลย ความเสี่ยงจึงต่ำ 

เนื่องจากเราไม่ต้องสต็อคสินค้าเอง ทำให้ต้นทุนเรื่องสินค้านั้นแทบไม่มีเลย ทำให้ความเสี่ยงในแง่ของการสร้างหนี้หรือทุนจมนั้น น้อยมากๆ เหตุผลข้อนี้ VAS มองว่าเป็นเหตุผลอันแรกสุดที่ทำให้ดรอปชิปน่าสนใจ ใครก็เริ่มทำได้

2. เริ่มต้นได้เร็ว ไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อน

ในแต่ละช่องทางการขายก็อาจจะมีรูปแบบการสมัคร การเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเร็วมากในการเริ่มต้นขายแบบดรอปชิป เพราะไม่ต้องหาโกดัง ไม่ต้องซื้อของมากองไว้ ไม่ต้องหาคนมาจัดการ มีแค่แล็ปท็อปหนึ่งเครื่องและเอกสารที่จำเป็นก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว

3. ขยายธุรกิจได้ง่าย

การขยายธุรกิจของดรอปชิปหลักๆคือ การหาสินค้ามาขายให้มากขึ้น ยิ่งมีสินค้าขายมาก โอกาสที่ขายได้ก็ยิ่งมากขึ้น ต่อให้เราติดต่อจากผู้ผลิตหรือโรงงานหลายๆเจ้า สุดท้ายเราก็ไม่ใช่คนแพ็คและส่งเอง งานจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก บางคนเลือกขยายธุรกิจด้วยการทำการตลาดในหลากหลายช่องทาง แทนการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า

4. มีความยืดหยุ่นในการจัดการ

สืบเนื่องจากเหตุผลข้างบน ทำให้การเริ่มทำดรอปชิป สามารถเริ่มได้ด้วยตัวคนเดียว เราเป็นเจ้านายตัวเอง เป็นทุกอย่าง ไม่ว่าจะคอยซื้อของ สั่งของ คุยกับลูกค้า มองในแง่ของความยืดหยุ่นคือเราจะตัดสินใจหรือทำอะไรด้วยตัวเองได้ทั้งหมดบนพื้นฐานข้อจำกัดในแต่ละช่องทางการขาย

5. มีความหลากหลายในตัวสินค้า

เราสามารถเลือกสินค้าอะไรมาขายก็ได้ ตราบเท่าที่สินค้าที่เราเลือกมานั้นไม่ขัดหรือเป็นปัญหาในการขายในแต่ละช่องทางนั้นๆ สินค้าไหนกำลังฮิตเราก็รีบเอามาขายได้ สินค้าไหนเริ่มตกเทรนด์เราก็เลิกขายได้เลย ไม่เจ็บตัว

ทำไมหลายคนจึงทำดรอปชิปไม่สำเร็จ

1. การแข่งขันค่อนข้างสูง

สืบเนื่องจากข้อดีที่ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นง่าย ทำให้คนเข้ามาขายนั่นค่อนข้างเยอะ เป็นธุรกิจที่ใครก็เข้ามาได้ ก็ไม่แปลกที่การแข่งขันจะสูงเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นตลาดที่คนสนใจมากเท่าไหร่ โอกาสที่การแข่งขันจะสูงขึ้นไปอีกก็มากตามตัว โดยเฉพาะสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด คู่แข่งจะเข้ามาเร็วมาก แข่งกันตัดราคาจนแทบไม่มีกำไร ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเน้นทำดรอปชิปในกลุ่ม Niche Keywords

2. ทำกำไรได้น้อย

ค่าเฉลี่ยสินค้าดรอปชิปจะทำกำไรได้น้อย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด บางสินค้าก็มีคนนำไปขายและได้กำไรเป็นเท่าตัวก็ยังมี ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของสินค้าด้วย สาเหตุหลักๆที่ทำให้ทำกำไรกันได้น้อยคือผลจากข้อ 1 ที่มีการแข่งขันกันสูง ต่างคนต่างเข้ามาขายและแย่งลูกค้ากัน การลดราคาจึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะทำให้ขายได้ หากสินค้าไหนมีผู้ผลิตเข้ามาขายแข่งอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกำไร แทบไม่มีหรืออาจเกิดการขาดทุนได้เลย บางคนสอบถามมาว่าแล้วควรตั้งให้มีกำไรเท่าไหร่ VAS มักจะตอบไปว่า ก็ตั้งตามที่ตัวเองพอใจและยังขายได้

3. ควบคุมได้ยาก

เพราะความง่ายที่เราให้ผู้ผลิตหรือโรงงานเป็นคนจัดการเรื่องสินค้าให้ทั้งหมด ทำให้เราควบคุมอะไรไม่ค่อยได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สินค้าขาดสต็อค การแพ็คที่ไม่เรียบร้อย สินค้าคุณภาพไม่แน่นอน การขนส่งที่ล่าช้า หรือส่งไม่ถึงลูกค้า ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลเสียต่อยอดขายด้วยรวมแน่นอน หากใครสามารถจัดการตรงนี้ได้ดี ก็มีโอกาสขายและประสบความสำเร็จด้วยดรอปชิปสูงมาก บางคนสามารถสร้างยอดขายได้หลายหมื่นเหรียญต่อเดือน แต่ปัญหาคือไม่สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้เพราะไม่สามารถหาสินค้าได้เนื่องจากสินค้าขาดสต็อค

4. ช่องทางการขายเริ่มเข้มงวด

หลายคนที่เคยขายสินค้าแบบดรอปชิปได้ดี กลับมีปัญหาต่างๆมากขึ้นเพราะระบบเริ่มเข้มงวด เห็นชัดๆใน eBay , Amazon ทั้งนี้เพราะการขายแบบดรอปชิปนั้นควบคุมอะไรไม่ค่อยได้จากข้อ 3 ยกตัวอย่าง หากเราเป็นผู้ซื้อบน eBay สั่งซื้อสินค้าโดยที่เราไม่รู้ว่าขายโดยดรอปชิป เมื่อเกิดปัญหาบ่อยๆ เราก็จะรู้สึกว่าการซื้อสินค้าบน eBay ไม่ดีเลย ก็หาทางเปลี่ยนไปซื้อทางอื่น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ eBay เข้มงวดมากขึ้น พยายามไม่ให้ขายแบบดรอปชิป หรือขายได้ก็ลดการมองเห็นของลูกค้าลงไป

5. ปัญหาการฟ้องร้อง

เป็นสิ่งที่เหล่าดรอปชิปเจอกันเยอะมาก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล้มหายตายจากระบบไป เพราะบางคนเผลอไปละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่นจนโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลักล้าน ใครทำดรอปชิปจำเป็นมากๆที่ต้องหมั่นเช็ค Trademark, Copyright และ Patent ในสินค้าที่ตัวเองจะขายหรือกำลังขายอยู่

ดรอปชิปมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

หลายๆเว็บไซต์แบ่งดรอปชิปออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ ที่มาบางส่วน

1. ซื้อมาขายไป (Product Reselling)

เป็นประเภทที่ใช้กันมากที่สุด โดยการหาสินค้าจากแหล่งต่างๆ แล้วไปขายอีกที่หนึ่ง เช่น ซื้อจาก eBay แล้วไปขายบน Amazon เป็นต้น วิธีนี้คนใช้กันมาก เพราะเริ่มต้นง่าย หาสินค้าที่ตัวเองสนใจหรือมีความถนัดเพื่อขายได้เลย

2. การต่อยอดธุรกิจ (Business Extensions)

ผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าจำนวนมากขายทางด้านออฟไลน์อยู่แล้ว แต่ไม่มีเวลาขยายไปทางด้านออนไลน์ จึงเป็นช่องทางให้คนทำดรอปชิปมองหากลุ่มเหล่านี้ เพื่อเข้าไปทำการตลาดทางด้านออนไลน์ให้นั่นเอง เมื่อดรอปชิปขายทางออนไลน์ได้ ก็ให้ผู้ผลิตหรือผู้ขายออฟไลน์เป็นคนจัดส่งให้

3. สร้างกลุ่มสินค้า (Product Creation)

ดรอปชิปกลุ่มนี้จะเลือกวิธีการนำสินค้า มารวมเป็นกลุ่ม เป็นแพ็ค หรืออื่นๆ เพื่อให้ดูน่าสนใจ หรือตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่าง มีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬา แล้วเหล่าดรอปชิป ก็เข้าไปเจรจา ขอทำเซ็ตอุปกรณ์กีฬาสำหรับคนคนชอบเล่นสกี เมื่อขายได้ ก็ให้ทางโรงงานจัดเซตตามที่ต้องการส่งไปให้ผู้ซื้อ ส่วนใหญ่แล้ว มักมีการเพิ่มคุณค่าอะไรบางอย่างลงไปให้มันแตกต่าง มากกว่าการนำมารวมแพ็คเฉยๆ เช่น แนบคู่มือการใช้ เป็นต้น ดรอปชิปรูปแบบนี้ไม่ง่ายนัก ต้องมีโรงงานที่รองรับที่ดี หากสั่งจากหลายๆโรงงาน ก็อาจจะส่งผลให้การขนส่งล่าช้า หรือมีปัญหาอื่นๆตามมา

4. ธุรกิจ Print on demand

หลายคนเชื่อว่าธุรกิจ Print on demand ไม่ใช่ดรอปชิป ซึ่งก็แล้วแต่มุมมอง ไม่มีผิดถูก แต่ส่วนตัวมองว่ามันก็คล้ายๆดรอปชิปในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีโรงงานหรือเว็บไซต์ที่ต้องการขายสินค้าบางอย่างเช่น เสื้อผ้า แก้วน้ำ กระเป๋า แล้วเปิดช่องทางให้คนเข้าไปออกแบบลายต่างๆเพื่อปริ้นลงไปบนสินค้า เมื่อขายได้ผู้ขายก็จะได้กำไรส่วนต่างที่ตั้งราคาไว้หักด้วยต้นทุนการผลิต ทาง Amazon เองก็มีธุรกิจนี้ที่เรียกว่า Merch by Amazon หรือเว็บอื่นๆที่ดังๆ เช่น Redbubble, Printful, Printify, Zazzle, TeeSpring เป็นต้น ไว้จะมีเขียนละเอียดแยกออกเป็นหนึ่งบทความเลยละกันนะครับ

จะขายดรอปชิปที่ไหนได้บ้าง

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีการแบ่งช่องทางการขายแบบไหนกันบ้าง แต่ส่วนตัวมองว่ามี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. ขายบน Marketplaces เช่น Amazon, eBay, Walmart, Etsy, Lazada, Shopee, JD, Flipkart, Rakuten เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จะรวมผู้ขายจำนวนมากไว้ที่เดียว และมีลูกค้าประจำที่เข้ามาซื้อสินค้าในแต่ละแพลตฟอร์มนั้นๆอยู่แล้ว ข้อดีของการขายบน Marketplace คือ คนขายไม่ต้องหาลูกค้าเอง ใช้งบโฆษณาน้อยกว่า เพราะโดยปกติก็มีลูกค้าประจำเข้ามาซื้อสินค้าอยู่เรื่อยๆ อยากรู้เพิ่มเติมลองอ่าน Amazon Marketplace ล้านล้าน

4. ขายบน Non-Marketplaces ก็คือที่ไม่ใช้ในข้อ 1 เช่น การขายบน Shopify, WooCommerce, Social media เป็นต้น การขายในรูปแบบนี้คนขายจะต้องทำการตลาดเอง เพื่อดึงลูกค้าเข้าไปซื้อสินค้า การเริ่มจะยากกว่าและมีต้นทุนที่สูงกว่าแบบแรก แต่จะมีกำไรที่ดีกว่า และยั่งยืนมากกว่า

ลองดูดรอปชิปในบางตลาด

ก่อนเริ่มอ่านตรงนี้แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรม เพื่อช่วยหาสินค้าชื่อว่า Cheaper Price: eBay & Aliexpress Image Search โดยโปรแกรมตัวนี้จะช่วยหาสินค้าด้วยรูปภาพจาก eBay และ Aliexpress ใช้ง่ายเพียงคลิกเดียว แนะนำให้เล่นตามบทความนี้ เพราะสิ่งแต่ละคนจะได้รับนั้นจะไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเจอลู่ทางใหม่ๆก็ได้ ขณะที่ VAS เองก็อาจจะนึกไม่ถึงด้วยซ้ำ 

ดรอปชิป aliexpress dropship จาก aliexpress ไป amazon

 

ดรอปชิป Amazon

หลายคนไม่แน่ใจว่า Amazon นั้นอนุญาตให้ขายแบบดรอปชิปหรือป่าวนั้น จริงๆแล้วอนุญาตนะครับ แต่ต้องทำตามกฏที่ Amazon Drop Shipping Policy เขียนไว้ด้านล่างนี้ ขออนุญาตไม่แปลนะครับ ให้อ่านแล้วทำความเข้าใจเอาเอง หากติดตรงข้อไหนก็ลองสอบถามมาทีหลังละกันนะครับ

_________________________________

Drop shipping, or allowing a third-party to fulfill orders to customers on your behalf, is generally acceptable. If you intend to fulfill orders using a drop shipper, you must always:

  • Be the seller of record of your products;
  • Identify yourself as the seller of your products on all packing slips, invoices, external packaging, and other information included or provided in connection with them;
  • Remove any packing slips, invoices, external packaging, or other information identifying a third-party drop shipper prior to shipping the order;
  • Be responsible for accepting and processing customer returns of your products; and
  • Comply with all other terms of your seller agreement and applicable Amazon policies.

Examples of drop shipping that is not permitted:

Purchasing products from another online retailer and having that retailer ship directly to customers, if the shipment does not identify you as the seller of record or if anyone other than you (including the other online retailer) appears on packing slips, invoices, or external packaging; or Shipping orders with packing slips, invoices, external packaging, or other information indicating a seller name or contact information other than your own.

_________________________________

หลังจากติดตั้งโปรแกรมด้านบนผ่านโครมแล้ว ลองค้นคำว่า “jigsaw puzzles 1000 pieces for adults animal world” บน Amazon ดูนะครับ จะพบว่าสินค้าตามรูปด้านล่าง ซึ่งลองสังเกตดีๆ สินค้าชิ้นนี้มีคนขายเยอะมาก ทั้งแบบ FBA และไม่ใช่ FBA หากดูรายละเอียดแล้วเดาได้ว่ามีหลายเจ้าที่ขายสินค้าแบบดรอปชิปในตัวสินค้าชิ้นนี้ โปรแกรมด้านล่างจะโชว์สินค้าชิ้นนี้ว่ามีขายบน Aliexpress หรือไม่ ซึ่งพบว่ามีขายเป็นจำนวนมาก และราคาก็แตกต่างกันออกไป มีหลายคนใช้โปรแกรมตัวนี้ในการหาผู้ขายบน Aliexpress เพื่อหาเจ้าที่ให้ราคาดีที่สุดและน่าเชื่อถือ บางคนเอาไว้ใช้ค้นหาตอนที่มีออเดอร์เข้ามาแล้ว เพราะในบางครั้งเจ้าประจำหรือร้านที่เรานำสินค้ามาขายในตอนแรกไม่อยู่แล้ว หรือปรับราคาขึ้นจนสูงเกินไปแล้ว เสมือนเป็นทางเลือกในการหาผู้ผลิตอีกทาง

dropship ดรอปชิป ทำ dropship ดีไหม ต่างประเทศ Amazon

 

ลองค้นหาอีกตัวอย่าง “Lap Desk Bed Tray Table bamboo” บน Amazon ดูนะครับ แล้วคลิกค้นหาจาก ebay หรือ Aliexpress ก็ได้ จะพบสินค้าด้านล่าง ซึ่งเราจะเห็นถึงความแตกต่างของราคาในแต่ละที่ ซึ่งราคาที่แตกต่างกันตรงนี้คือ มีการบวกกำไรเข้าไปแล้วจากเหล่าดรอปชิป แน่นอนว่าบางกรณีก็อาจจะกลับกันคือ สินค้าที่เจอนั้น บางกลุ่มก็ดรอปชิปจาก Amazon ไป eBay ก็มีเช่นกัน

ดรอปชิป คือ dropship ทำอย่างไร dropship จาก ebay ไป amazon

แน่นอนว่าตลาด Amazon เป็นตลาดที่แข่งขันกันสูงมาก การขายแบบดรอปชิปอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะด้วยระบบได้ออกแบบให้ขายแข่งกันเองในลิสเดียวกัน ต้องแย่งกันชนะ Buybox ใครที่ขายจึงต้องศึกษาและเข้าใจระบบพอสมควร

ดรอปชิป Shopify

ระบบ Shopify เหมือนเป็นระบบที่ให้เราสร้างเว็บได้อย่างรวดเร็ว ได้ฟรีๆ หากจะใช้เครื่องมือพิเศษอย่างอื่นก็จ่ายรายเดือน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองและแต่ไม่อยากมานั่งอัพเดตหรือปรับมากนัก ระบบหลังบ้านหลายๆอย่าง Shopify จะเป็นคนออกแบบไว้แล้ว เราแค่มีหน้าที่ใช้หรือติดตั้งโปรแกรมเสริมต่างๆเข้าไปเอง จริงๆในประเทศไทยก็มีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านนี้อยู่เช่นกัน Shopify เหมาะสำหรับทั้งการทำดรอปชิปและปั้นแบรนด์ตัวเอง เราสามารถติดตั้งระบบติดตาม ยิงโฆษณาเพื่อเก็บฐานลูกค้าและอื่นๆอีกมากมาย ที่เราสามารถทำการตลาดเฉพาะกลุ่มและมีประสิทธิภาพได้มากกว่าการขายบน Marketplaces

ลองยกตัวอย่างที่คล้ายๆกันบน Shopify โดยเช็คว่าสินค้าที่ขายอยู่นี้หาบน Aliexpress ได้ไหม ดูผลในรูปด้านล่าง ลองดูราคาคร่าวๆ กินกำไร 2-3 เท่าตัวก็ยังมี นี่คือข้อดีอย่างหนึ่งของการขายบนเว็บไซต์ตัวเอง คือการตั้งราคาได้สูง เมื่อเทียบกับการขายบน Marketplace

dropship จาก aliexpress ไป shopify dropshipping search product by image

 

ดรอปชิป Lazada

ในไทยเองก็เช่นกัน บางคนก็ทำดรอปชิปจากที่ต่างๆไปขายบน Lazada หรือดรอปจาก Lazada ไปขายที่อื่น หลากหลายวิธี อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การทำดรอปชิปต้องศึกษาเรื่องกฏเกณฑ์ของแต่แพลตฟอร์มให้ดี แล้วปฏิบัติตามกฎก็สามารถอยู่รอดได้ ระยะหลังเมื่อ Lazada โดนซื้อไปโดย Alibaba และเปิดช่องทางให้คนจีนเข้ามาขายได้ง่ายขึ้น สินค้าจีนก็ทะลัก การทำดรอปสินค้าจากจีนจึงแข่งขันกันสูงมากขึ้นและไม่ง่ายไม่เหมือนเดิม จริงๆใครชอบซื้อสินค้าบน Lazada อยู่แล้ว ลองใช้โปรแกรมตัวนี้หาก็ได้ว่าซื้อจาก Aliexpress ได้ไหม เพราะเอาเข้าจริงๆ หากไปซื้อบน Aliexpress โดยตรง ราคาถูกกว่ากันเยอะเลย

dropship จาก aliexpress ไป lazada dropshipping image search tool

 

เช็คสินค้าบน eBay หรือ Aliexpress ด้วยรูป

ในแพลตฟอร์มอื่นๆหรือเว็บไซต์อื่นๆก็ลองเล่นกันดูนะครับ หลักๆคือการค้นหาด้วยรูปผ่านโปรแกรมที่แนะนำไป รองรับทุกเว็ปไซต์ที่โชว์รูปภาพ หากค้นหาได้ก็จะขึ้นไอคอนแดงๆให้คลิกค้นหานะครับ อย่างด้านล่างเป็นการค้นหาสินค้าจาก google ว่ามีบน eBay หรือ Aliexpress ไหม ปรากฏว่ามีทั้งสองที่แต่ราคาค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร ดรอปชิปก็ควรเลือกช่องทางที่ให้ราคาดีกว่า หากต้องการปั้นสินค้าชิ้นนี้เพื่อไปขายในช่องทางต่างๆ

Aliexpress image picture search from google

ebay image picture search chrome extension tool

สุดท้ายไม่ว่า ดรอปชิปจะตายหรือไม่ตาย ก็ลองคิดวิเคราะห์กันดู ทุกๆครั้งที่เราคิด ก็จะมีคนที่ลงมือทำอยู่และสร้างกำไรอยู่ หรือมีคนที่กำลังปวดหัวกับดรอปชิปอยู่เช่นกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์นะครับ

========================================================================

ใครทุนน้อย พึ่งเริ่มต้นลองวิธี ขายแบบไม่ต้องยิงโฆษณา

ยิงโฆษณาขายดีแต่ขาดทุนต้องอ่าน ขายได้เยอะแต่ยังขาดทุน ค่า ACoS คืออะไร

เพิ่มยอดขายต้องอ่าน 19 เทคนิค ทำแล้วขายดี Amazon สำคัญมากๆ

ใครเคยโดนแบนหรือไม่อยากโดนแบน อ่าน 7 สาเหตุโดน Amazon แบน รู้ไว้ไม่โดนแบน

ใครที่พึ่งเริ่มต้นและต้องการ สมัคร Amazon Seller 2020

                             ใครสนใจตลาดสวีเดน นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อนจะเริ่มเข้าไป

========================================================================

ชอบบทความ ฝากกดไลค์ แชร์ กดติดตาม VAS247
ยังมีบทความดีๆอีกเพียบ

เนื่องจากเฟสบุ๊คมีการลดการมองเห็นลงไปเยอะ อาจจะทำให้พลาดข้อมูลสำคัญจากเพจ VAS247 และวิดีโออัพเดตต่างๆ อย่าลืมกด “See First” หรือ “เห็นโพสต์ก่อน” ส่วนใน Youtube ก็ https://bit.ly/2Vusl4r และอย่าลืมกดสั่นกระดิ่งไว้เพื่อเตือนเมื่อมีวิดีโอใหม่ๆ

========================================================================

A7 ECOM TOOLS เครื่องมือที่ผู้ขายควรใช้

 

◼️ดูวิธีใช้งาน A7 ECOM TOOLS ได้ที่ https://bit.ly/2Vicea2
◼️เข้าใช้งานได้ที่ va7.co https://bit.ly/39ZAvXF
◼️ติดตั้ง A7 Chrome Extension https://bit.ly/2Xqm7VG

โพสเก่าๆเรื่องการใช้งาน
1. Product Title & Keyword Optimize (100% Free)
https://www.facebook.com/vas247/posts/768242557040749

2. Keyword Cloner (Subscribe)
https://www.facebook.com/vas247/videos/264573911606012/

3. TrademarkAnywhere (Subscribe)
https://www.facebook.com/vas247/posts/763174547547550

========================================================================

ค้นหา เช็ค trademark เครื่องหมายการค้า

 ========================================================================

คลิกสมัครที่นี่ เพื่อรับ $35 ฟรี เมื่อโอนครบ $1000 และยกเว้นค่าธรรมเนียมโอนเข้า 1% เป็น 0%
ใครที่มียอดมากกว่า $2500 ต่อเดือนมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ให้ติดต่อมาก่อนจะสมัคร

=====================================================

vas247 youtube ขายสินค้า amazon

Vas247 เฟสบุ๊ค

ขอให้โชคดีกับการขายสินค้าบน Amazon สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้เลย 

ติดต่อเรา

LINE@ : @vas247

เพิ่มเพื่อน vas247

vas247 line@ บริการ Amazon ebay ecommerce

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *