สิ่งที่คุณไม่ควรทำ เมื่อโดน Amazon แบน (Seller Account Suspension)

บัญชี โดนปิด Amazon แบน

บทความนี้ตรงกับประสบการณ์ที่เจอทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้สรุปสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อบัญชีขายสินค้าโดนระงับจาก Amazon ใครที่เคยพลาดไปแล้ว หรือใครที่ยังไม่เคยเจอ คิดว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก

     1. อย่ารีบส่งหรือรีบตอบกลับเด็ดขาด

หลายคนกลัวพลาดโอกาสในการขายสินค้า รีบตอบกลับไปยัง Amazon หารู้ไม่ว่านั่นอาจจะเป็นจุดจบที่แท้จริงก็เป็นได้ เพราะทันทีที่คุณส่งกลับไป เหมือนคุณได้ใช้โอกาสแรกไปแล้ว ส่วนตัวจะทิ้งเวลาไว้ 3-5 วันจึงจะส่ง หรือ ขึ้นอยู่กับเวลาที่ Amazon กำหนดว่าควรจะต้องส่งภายในกีวัน และจงใช้ปุ่มอุทธรณ์ (Appeal) ใน Performance Notification เป็นทางเลือกท้ายๆ ด้วยสถิติที่เจอ น้อยมากที่ Amazon จะเปิดบัญชีให้หลังจากส่งครั้งแรก เว้นแต่เหตุผลที่โดนระงับเป็นเหตุผลที่ไม่ร้ายแรง ให้อภัยได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ จนถึงหลายเดือนก็มี ทั้งหมดมันเป็นขั้นตอนที่คุณต้องทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ Seller Performance

คุณอาจจะไม่รู้ว่าในแต่ละวัน มี seller นับพันโดนระงับ และในแต่ละวันเช่นเดียวกัน เหล่า seller performance team ก็ต้องอ่านอีเมล์ของร้านที่ส่งเข้าไปขออุทธรณ์เช่นเดียวกัน การเขียนอุทธรณ์จีงควรทำอย่างระมัดระวังและให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดน Amazon ระงับบัญชีผู้ขาย
 ใช้เวลาที่ Amazon ให้คุณเตรียมตัวให้เป็นประโยชน์

 

      2. อย่าเปิดบัญชีใหม่

เมื่อบัญชีโดนปิดลง ผู้ขายหลายคนคิดว่างั้นก็เปิดบัญชีใหม่ก็จบ จริงๆแล้วทำได้ ถ้าทุกอย่างที่คุณใช้เป็นสิ่งใหม่ทั้งหมด ไม่มีส่วนใดๆเกี่ยวข้องกับบัญชีเดิม ในทางกลับกับหากข้อมูลบางส่วนเกี่ยวโยงกัน นอกจาก Amazon จะปิดบัญชีที่เปิดใหม่แล้ว ยังจะมีผลกับบัญชีเก่าที่คุณกำลังจะเขียนยื่นอุทธรณ์ด้วย อาจทำให้ล่าช้า หรือไม่ได้รับการอนุมัติให้ขายอีกเลย

Amazon มีทีมงานที่เก่ง มีการสร้างระบบอัตโนมัติที่ตรวจสอบข้อมูลได้ค่อนข้างแม่นยำ ละเอียด ถ้าคุณไม่รู้ระบบจริงๆ บัญชีที่สองจะรอดยากมาก ย้ำ! อย่าเสียเวลาเปิดบัญชีใหม่ หากคุณยังใช้ข้อมูลเดิม ที่สำคัญไปกว่านั้น หากคุณยังไม่รู้ว่าปัญหาบัญชีเดิมคืออะไร บัญชีใหม่ก็ไม่ควรเปิด ถึงจะเปิดในชื่อคนอื่น ภายใต้ข้อมูลใหม่ทั้งหมดก็ตาม

บัญชี amazon โดน ปิด
 บัญชี amazon โดน ปิด เนื่องจากโดนจับได้ว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีที่เคยเปิดแล้ว

     3. อย่าปลอมอินวอยซ์ (invoice)

ผู้ขายจำนวนมากนำสินค้ามาขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตหรือเจ้าของ (Suspended for “inauthentic”) จึงจำเป็นต้องปลอมแปลงอินวอยซ์เพื่อส่งให้ Amazon คุณต้องไม่ลืมว่าในทุกๆวันทีมงาน Amazon จะดูอินวอยซ์นับพัน และไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่คุณส่งไปนั้นจริงหรือปลอม ดีไม่ดีอาจจะโดนอีกข้อหาคือ Policy Violation for “forged and manipulated”

การส่งไปแล้วไม่ผ่าน บางครั้งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับอินวอยซ์ด้วยซ้ำ อาจจะเป็นปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นในร้านของคุณ คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นให้ดี

     4. อย่าติดต่อกับ Seller support ทั้งทางอีเมล์หรือผ่านทาง seller central

เมื่อสถานะของร้านคุณโดยระงับ suspended ช่องทางการติดต่อจะเหลือแค่คุยได้กับ Seller performance ดังนั้นหากคุณส่งอีเมล์หรือส่งผ่านระบบ ข้อความจะถูกส่งต่อไปยังฝ่าย Seller Performance ทันที หากเจอคนที่ชอบช่วยเหลือเขาอาจจะตอบคุณ แต่ถ้าเจอคนที่เข้มงวด คุณอาจจะเสียโอกาสการขออุทธรณ์ไปเลย

เอาจริงๆระบบหลังบ้านไม่มีใครรู้ ยกเว้นทีมงาน Amazon อีเมล์อาจจะส่งไปยัง Seller support ก่อนก็ได้ ผ่านการกรองโดยระบบ อาจจะเช็คจากเนื้อหา หัวข้อ หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งหาก seller support เป็นคนที่ได้รับอีเมล์ของคุณ เขาก็อาจจะให้คำแนะนำได้หรือคำแนะนำอาจจะทำให้คุณทำในสิ่งที่ผิดพลาดมากกว่าเดิมก็ได้  พยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดก่อน หากจำเป็นจริงๆค่อยติดต่อไป

     5. อย่าคิดฟ้อง Amazon

จริงๆคุณกำลังทำนาบนหลัง Amazon ดังนั้นไม่ควรฟ้องหรือไม่ควรยื่นเรื่องผ่านทางกฎหมาย การจ้างทนายนอกจากอาจจะไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์แล้ว อาจจะทำให้ล่าช้าออกไปอีก โอกาสที่คุณจะได้ขายต่ออาจจะยากไปอีก บางทีทีมงานเขาอาจจะอยากคุณกับคุณโดยตรงมากกว่าผ่านทางทนาย

หากเป็นกรณีละเมิดลิขสิทธิ์(infringement suspension) โดนฟ้องจากบริษัทอื่นๆ คุณอาจจะต้องให้ทนายเป็นผู้ติดต่อไปยังทนายบริษัทที่ฟ้องคุณ ส่วนใหญ่แล้ว Amazon จะปล่อยให้ไกล่เกลี่ยกันเอง จะผ่านทางศาลหรือนอกรอบก็แล้วแต่ตกลงกัน เพราะ Amazon จะไม่ยุ่ง 555 สิ่งที่คุณควรทำคือต้องแจ้งกับทาง Amazon หากการไกล่เกลี่ยและจัดการกับปัญหาได้แล้ว

     6. อย่าหยาบคาย หรือขาดความประณีต

เป็นธรรมดาที่คุณจะเสียใจ ทุกข์ใจ และโกรธที่โดนระงับ แต่จงมีสติ อย่าตอบกลับไปด้วยความเร่งรีบ ด้วยภาษาที่หยาบคาย ไม่สุภาพ อย่าลืมว่าทีมงานก็เป็นคนเหมือนกัน ต้องอ่านอีเมล์แก้ปัญหาหลายร้อยเคสต่อวัน ดังนั้นเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ส่วนตัวคิดว่า สิ่งที่คุณควรทำเป็นอย่างแรกคือการขอโทษ ในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะถูกหรือผิดก็ตาม แล้วค่อยเขียนสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คุณแก้ไข และสิ่งที่คุณระวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก หรือง่ายๆคุณควรเขียน Plan of Action ให้ดีที่สุด กระชับแต่ครอบคลุมใจความสำคัญ

    7. อย่าส่งอีเมล์หลายรอบ หลังจากส่งรอบแรกไปแล้ว

ในบางกรณีคุณจำเป็นต้องรอ อย่างน้อยก็ 12-24 ชั่วโมง ไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก อย่างน้อยรอสัก 1 สัปดาห์ ถ้ายังไม่ตอบกลับมาค่อยส่งไปใหม่ ผู้ขายจำนวนมากตื่นตระหนก กลัวว่าทางทีมงานไม่ได้รับอีเมล์ หรือไม่สนใจที่ส่งไป จึงส่งหลายฉบับด้วยเนื้อหาที่แตกต่างออกไป หารู้ไม่ว่าทำให้การพิจารณาล่าช้าออกไปอีก

     8. อย่าโทษลูกค้าบน Amazon หรือ โทษระบบ ที่ทำให้บัญชีโดนระงับ

ผู้ขายจำนวณมากส่งอุทธรณ์ไป โดยระบุถึงบางออเดอร์ บางปัญหาเฉพาะที่เกิดกับลูกค้า หรือโทษระบบที่ทำให้ร้านตัวเองโดนระงับ ถึงแม้ว่ามันจะมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากก็ตามที  Amazon ถือว่าเป็นบริษัทหนึ่งในโลกใบนี้ที่ยกให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ ลูกค้าเป็นพระเจ้าก็ว่าได้

สิ่งที่ควรทำคือการยอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว (ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับก็เถอะ) แล้วเขียน Plan of Action ให้ดี ให้เขาเห็นว่าคุณจะทำยังไงให้ลูกค้ามีความสุข ภายใต้กฎของ Amazon

โดนอเมซอนแบน Amazon โดนแบน
เส้นด้ายบางๆระหว่าง “ล้มเลิก” กับ “ไปต่อ”

ใครโดนปิด ลองติดต่อมาดูนะครับ รับช่วยแก้เคส

ใครต้องการดู สอน สมัคร Amazon Seller ล่าสุด อัพเดต 2019 แบบละเอียด

เพิ่มยอดขายต้องอ่าน 19 เทคนิค ทำแล้วขายดี Amazon สำคัญมากๆ

ใครเคยโดนแบนหรือไม่อยากโดนแบน อ่าน 7 สาเหตุโดน Amazon แบน รู้ไว้ไม่โดนแบน

ฝากกดไลค์ กดติดตาม VAS247
ยังมีบทความดีๆอีกเพียบ

vas247 youtube ขายสินค้า amazon
Vas247 เฟสบุ๊ค

ขอให้โชคดีกับการขายสินค้าบน Amazon สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้เลย 

ติดต่อเรา

LINE@ : @vas247

เพิ่มเพื่อน vas247

vas247 line@ บริการ Amazon ebay ecommerce

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *