7 สาเหตุหลัก โดน Amazon แบน รู้ไว้ไม่โดนแบน

โดน amazon แบน suspension โดนปิดร้าน ร้านถูกปิด

ช่วงนี้คนไทยโดน Amazon ปิดร้าน ค่อนข้างเยอะเลย ถ้าไม่อยากโดน Amazon แบน หมดสิทธิ์ขายสินค้า ต้องอ่านบทความนี้

ผู้ขายที่อยู่ในตลาดมานาน ย่อมรู้ดีว่าการโดนแบนนั้นง่ายมาก ในทางตรงกันข้ามการจะขอกลับมาขายอีกครั้งนั้นยากกว่ากันเยอะเลย

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องระวังไม่ให้บัญชีขายโดนแบน ซึ่งวันนี้ VAS247 ได้สรุป 7 สาเหตุหลักๆของการโดนแบนแบบถาวร และหมดสิทธิ์การขายสินค้าบน Amazon

1.โดนร้องเรียนเรื่องทรัพย์สินทางปัญหาและไม่สามารถอุทธรณ์ขอได้ (Intellectual Property Complaints)

ถือว่าเป็นสาเหตุใหญ่สาเหตุหนึ่งเลยก็ได้ที่บรรดาผู้ขายต่างกลัว เพราะส่วนใหญ่แล้วไม่รอด โดนปิดแบบถาวรค่อนข้างสูงมากๆ สืบเนื่องมาจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและไม่สามารถหาหลักฐานมาโต้แย้งได้ โดยทรัพย์สินทางปัญญานั้นรวมไปถึง  Patents, Trademark, และ Copyright เมื่อผู้ขายโดนฟ้องจากเจ้าข้องทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ เบื้องต้น Amazon จะทำการลบสินค้าออกจากระบบ และให้ผู้ขายติดต่อกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานั้นเพื่อทำการถอนคำร้องเรียนเพื่อให้สามารถกลับมาขายได้อีกครั้ง

คำแนะนำคือ ก่อนลงสินค้าก็เช็คให้ดีว่าสินค้านั้นๆ มี Patents, Trademark หรือ Copyright ไหม

 

2.ขายสินค้าต้องห้าม (Restricted Products)

การขายสินค้าต้องห้ามก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการโดนปิดร้าน จริงๆทาง Amazon มีการเขียนไว้ชัดเจนถึงสินค้าที่ห้ามขายว่ามีอะไรบ้าง ผมลองดึงมาให้อ่านกันอีกครั้ง “The sale of illegal, unsafe, or other restricted products listed on these pages, including products available only by prescription, is strictly prohibited.” Furthermore, “Those participating in Fulfillment by Amazon (FBA), should also review the FBA Product Restrictions page which lists products that are not eligible for the FBA program.”

ไม่เกี่ยวว่าจะทำ FBA หรือ FBM ถ้าลิสสินค้าที่ห้ามขายถือว่าผิดกฏทั้งสิ้น และโอกาสโดนแบนก็สูงมาก

คำแนะนำคือ หมั่นศึกษากฏของ Amazon ถึงลิสสินค้าที่ห้ามขาย อย่าคิดว่าเห็นคนอื่นขายได้เราขายบ้าง เป็นความคิดที่ผิดมากๆ

 

3. โดนแจ้งว่าขายสินค้าปลอม (Inauthentic Complaints)

ปัญหาการโดนแจ้งว่าเป็นสินค้าปลอมก็ถือว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆเช่นกัน และเป็นสิ่งที่ Amazon ค่อนข้างซีเรียส ลองก๊อปปี้มาให้อ่าน “We take product authenticity very seriously. It is each seller’s responsibility to source and sell only authentic products. If you sell counterfeit goods, we may immediately suspend or terminate your selling privileges and destroy inventory in our fulfillment centers without reimbursement.”

บางทีคุณอาจจะขายสินค้าของแท้ แต่ถ้าผู้ซื้อไม่แฮปปี้หรือผิดไปจากที่คาดไว้ ก็อาจจะฟ้องไปยัง Amazon ก็ได้

คำแนะนำคือ ตรวจเช็คสินค้าก่อนส่งทุกครั้ง และหากมีลูกค้าที่ไม่พอใจ ก็รีบจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกค้าจะไม่พอใจและแจ้งไปยัง Amazon

 

4. ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น โดยไม่ได้รับการอนุญาต (Copyright Infringement)

จริงๆอันนี้เป็นส่วนหนึ่งจากข้อ 1. แต่จะเน้นให้อีกที หลักๆคือการนำรูปภาพหรือข้อความ มาโพสลง Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์  หากโดนแบนแล้วก็เหมือนกับข้อ 1. คือต้องติดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อทำการถอนฟ้อง (เป็นอะไรที่ยากที่สุดใน 3 โลก) ใครโดนย่อมรู้ดี

คำแนะนำคือ หากเอาสินค้าผู้อื่นหรือรูปคนอื่นไปใช้ ก็ขออนุญาตให้เรียบร้อย หรือเช็คให้ดีว่าไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์

 

5. ขายสินค้าที่ผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์ไม่ได้อนุญาตให้ขาย (Unauthorized Sales)

สินค้าบางอย่างหรือบางแบรนด์ จะอนุญาตเฉพาะผู้ขายที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเจ้าของสินค้าสามารถควบคุมคุณภาพได้ง่าย รักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ง่าย ใครที่นำสินค้าแบรนด์ต่างๆเหล่านี้ไปขายโดยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนการขาย ก็อาจจะโดนแบนได้เช่นกัน คนไทยน่าจะเจอกันเยอะสำหรับเคสนี้

คำแนะนำคือ ติดต่อเจ้าของสินค้าก่อนจะนำสินค้าไปขายทุกครั้ง หากเราไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้านั้นๆเอง

 

6. โดนจับได้ว่าเปิดหลายบัญชี (Multiple Amazon Seller Accounts)

ใครเปิดหลายบัญชีก็ไม่รอดจากการโดนแบน ผมเคยย้ำไปหลายรอบว่า Amazon มีทีมงานระดับโลก มีเครื่องมือที่ตรวจสอบได้ละเอียดมาก ไม่ยากที่ Amazon จะตรวจสอบว่าคุณเปิดหลายบัญชีหรือไม่ หากใช่ก็โดนแบนอย่างแน่นอน “Operating and maintaining multiple Seller Central accounts is prohibited. If you have a legitimate business need for a second account, you can apply for an exception to this policy.”

คำแนะนำคือ เปิดแค่บัญชีเดียว หากเปิดเพิ่มก็ควรใช้ทุกอย่างใหม่ทั้งหมด

 

7. บัญชีโดนแฮก (Account Hackers)

บางทีก็ไม่ใช่ความผิดเจ้าของบัญชี แต่กลายเป็นว่าบัญชีโดนแฮก และเมื่อ Amazon ตรวจพบการใช้งานที่ผิดปกติไปจากเดิม ก็จะโดนแบนไปก่อนเพื่อให้ยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของจริงๆ หากยืนยันตัวตนผ่านก็กลับมาขายได้ปกติ ผมเคยเขียนไว้แล้วเรื่องการ โดนโจรขโมยบัญชี Amazon ลองอ่านกันดู

 

ส่วนใครที่โดนแบนแล้ว ต้องอ่าน สิ่งที่คุณไม่ควรทำ เมื่อโดน Amazon แบน (Seller Account Suspension)

ใครโดนปิด ลองติดต่อมาดูนะครับ รับช่วยแก้เคส

========================================================

BBL หยุดรับเงินแล้ว 30 มิ.ย. นี้ สมัคร Payoneer รับฟรี 35$ ได้ที่นี่

ใครต้องการดู สอน สมัคร Amazon Seller ล่าสุด อัพเดต 2019 แบบละเอียด

เพิ่มยอดขายต้องอ่าน 19 เทคนิค ทำแล้วขายดี Amazon สำคัญมากๆ

ฝากกดไลค์ กดติดตาม VAS247
ยังมีบทความดีๆอีกเพียบ

ยิงโฆษณาขายดีแต่ขาดทุนต้องอ่าน ขายได้เยอะแต่ยังขาดทุน ค่า ACoS คืออะไร

ใครต้องการดู สอน สมัคร Amazon Seller ล่าสุด อัพเดต 2019 แบบละเอียด

เพิ่มยอดขายต้องอ่าน 19 เทคนิค ทำแล้วขายดี Amazon สำคัญมากๆ

ใครเคยโดนแบนหรือไม่อยากโดนแบน อ่าน 7 สาเหตุโดน Amazon แบน รู้ไว้ไม่โดนแบน

ฝากกดไลค์ กดติดตาม VAS247
ยังมีบทความดีๆอีกเพียบ

vas247 youtube ขายสินค้า amazon
Vas247 เฟสบุ๊ค

ขอให้โชคดีกับการขายสินค้าบน Amazon สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้เลย 

ติดต่อเรา

LINE@ : @vas247

เพิ่มเพื่อน vas247

vas247 line@ บริการ Amazon ebay ecommerce

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *