อัพเดตข่าวล่าสุด จาก Amazon Seller News

นักขาย Amazon ที่จะประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องติดตามข่าวสาวที่ทาง Amazon มีการอัพเดต หรือมีการปรับปรุง เพราะหลายๆข่าว จะเกี่ยวข้องกับร้านค้าที่เราขายอยู่โดยตรง เช่น Account Health, Policies, FBA, Global Selling, Pricing, Shipping หรือข่าวอื่นๆ เพจนี้จะรวมข่าวทั้งหมด โดยจะเน้นข่าวที่สำคัญๆจริงๆ และไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

==============================================================================

Aug 13, 2019

หากขายไม่ได้ ก็บริจาคได้ ผ่าน Amazon FBA Donation เริ่ม 1-Sep-2019

หากใครที่ขายแบบ FBA แล้วขายไม่ได้ จำเป็นต้องส่งทำลายทิ้งหรือส่งกลับ ล่าสุด Amazon สร้างโปรแกรมใหม่ขึ้นมาคือ การบริจาคให้กับองค์กรการกุศลแทน โดยจะเริ่มในวันที่ 1-Sep-2019 นี้

วิธีการ : เมื่อมีการส่งคำร้องเพื่อขอทำลายหรือส่งสินค้ากลับ จะมีอีกทางเลือกให้ผู้ขายเลือกได้นั่นคือบริจาค

ต้องการเลือกที่จะไม่ใช้ฟังก์ชันนี้เลย: Amazon ตั้งค่าให้ผู้ขายทุกรายใช้ทางเลือกในการบริจาคได้ แต่ถ้าใครไม่ต้องการ ก็ไปแก้ไข Opting-out ได้ครับ Settings > Fulfillment by Amazon > FBA Donations program.

ค่าใช้จ่าย: ไม่แน่ใจว่าถูกกว่าการส่งทำลายหรือส่งกลับหรือไม่ แต่ Amazon เขียนไว้แค่ว่า Amazon makes the delivery arrangements on your behalf, for no additional cost.

New donation option for excess and unsellable inventory

Starting September 1, 2019, sellers using Fulfillment by Amazon (FBA) will have the option to donate excess inventory in the US to select US charities.

Amazon will automatically make eligible inventory available to charitable organizations when you choose to dispose of overstock, returns, and other unwanted items. The donation option will apply to inventory you select for disposal manually and through automatic disposal settings.

You can opt-out of this donation program at any time by disabling FBA Donations in your FBA Settings.

For more information, visit FBA Donations program.

==============================================================================

June 17, 2019

Amazon ได้ประกาศถึงเรื่องการระงับ(Suppressed) ASINs ที่มีการตั้งชื่อผิดกฏ โดยจะเริ่มระงับหลังจากวันที่ 22-July-2019 นี้ หลักๆจะมีกฏ 4 ข้อที่ Seller จะต้องทำตาม

  • ชื่อสินค้าจะต้องไม่มีคำจำพวก โปรโมชัน ต่างๆ (Promotional keywords) เช่น คำว่า “free shipping”, “100% quality guaranteed”
  • ชื้อสินค้าต้องไม่มีอักขระพิเศษ เช่น  ~ ! * $ ? _ ~ { } [ ] # < > | * ; / ^ ¬ ¦  เป็นต้น
  • ชื่อสินค้าต้องมีความยาวไม่เกิน 200 ตัวอักษร
  • ชื่อสินค้าต้องระบบประเภทของสินค้า เช่น “hiking boot”, “umbrella” เป็นต้น

รีบแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน 22-July-2019 นะครับ

ASINs violating Amazon title guidelines to be suppressed from search
Our research shows that ASINs with titles that do not meet Amazon requirements result in a poor customer experience. Your business is important to us, and we want to make sure that both your business and the customer experience are not compromised by products whose titles do not meet Amazon’s product title requirements. Amazon currently requires that titles for non-media products meet the following requirements:

  • Titles must not contain promotional keywords and phrases, for example “free shipping”, “100% quality guaranteed”.
  • Titles cannot contain non-readable characters, such as HTML characters.
  • Title length must not exceed 200 characters.
  • Titles must have product identifying information, for example: “hiking boot”, “umbrella”

To provide a better customer experience, starting July 22 we will begin suppressing ASINs from Amazon Search that violate Amazon’s title guidelines. When an ASIN is suppressed for any of the above reasons, you will be notified through the Manage Your Inventory (MYI) screen in Seller Central, with the specific reason for the ASIN’s suppression. You can fix the product title through the edit title link in MYI. Once the issue is fixed, we will remove the search suppression and the ASIN will appear back on Amazon Search.

==============================================================================

May 29, 2019

วันนี้มีข่าวใหม่จาก Amazon ออกโปรแกรมลดค่าธรรมเพื่อหวังให้ผู้ขายขายไปยัง marketplace อื่นๆมากขึ้น

โดยโปรแกรมนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ขาย ขายได้ถึง 10 ประเทศโดยเสียค่าธรรมเนียมแค่ 39.99$ ต่อเดือน ครอบคลุม อเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น และ อินเดีย คร่าวๆจะได้ส่วนลดมากถึง 89$ ต่อเดือน

ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูข้อมูลได้ครับ คิดว่าทุกคนก็ได้เมล์อันนี้ หรือลองดูผ่าน Seller central ก็ได้

ส่วนตัวคิดว่าหลักการนี้ยังไงท่านก็ยังต้องลงทะเบียนในแต่ละ marketplace ก่อน แล้วค่อยลิงค์ระหว่างกัน ที่สำคัญควรศึกษากฏระเบียบ ค่าธรรมเนียม ภาษี และข้อมูลสำคัญอื่นๆที่แต่ละที่ แต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของท่านเอง

New selling plan: reach customers in 10 countries for just $39.99 per month
You can now reach millions of customers across 10 countries through Amazon’s stores.

To help you grow your business internationally, we are offering you the ability to sell in 10 countries at a steeply discounted price. Through this change, you can register to sell in North America, Europe, Japan, and India, and we will limit your total monthly subscription fee for all your accounts to $39.99, a discount of up to $89.00 per month off your fee. Click here to get started.

==============================================================================

May 15, 2019

เปลี่ยนกฎใหม่ ใครทำ FBA ต้องรู้ สรุปคร่าวๆได้ดังนี้

1.
กฎนี้ส่งผลกับใคร?
==> ส่งผลกับคนที่ทำ FBA โดยตรง

2.
มีผลเมื่อไหร่?
==> เริ่มใช้กฎนี้ 10 มิถุนายน 2019

3.
กฎบอกว่าอะไร?
==> หากใครมี inventory ที่อยู่ในสถานะ stranded นานเกินไป สินค้าจะโดนระบุสถานะเป็น “unsellable” ซึ่งหมายถึงไม่สามารถวางขายได้และจะต้องทำเรื่องนำสินค้าออกจากโกดัง

4.
ขอรายละเอียดอีกหน่อยได้ไหม?
==> Amazon จะให้เวลา 30 วัน ในการแจ้งผู้ขายว่ามี stranded inventory ดังนั้นผู้ขายต้องจัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนสถานะเป็น “unsellable” ซึ่งไม่สามารถแปลงกลับมาขายได้อีก (Sellable) ต้องเสียค่าส่งกลับเอง หรือหากต้องทำลายทิ้ง ก็ต้องเสียค่าทำลายทิ้งเช่นกัน (โหด)

5.
แล้ว stranded inventory คืออะไรล่ะ?
==> จากเว็บ Amazon อธิบายไว้คือ “Stranded inventory is inventory in a fulfillment center that does not have an active offer on Amazon.” แปลได้คือ สินค้าที่อยู่ที่โกดังแต่มีสถานะไม่พร้อมขาย ซึ่งมีหลายสาเหตุ เช่น เกิดการ suppressed หรือไม่เคยมีการสร้าง list การขายมาก่อน (ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ)

6.
หากร้านมี stranded inventory ผู้ขายเสียอะไร?
==> แน่นอนว่าผู้ขายจะเสียค่าเช่าโกดังไปเรื่อยๆ แต่สินค้าไม่ได้มีการวางขาย (ผู้ขายใจดี เลยอยากช่วยให้ Jeff รวยขึ้น )

7.
แล้วทำไมต้องปรับกฎ ไหนๆผู้ขายก็เสียค่าจัดเก็บอยู่แล้ว?
==> ส่วนตัวคิดว่า Amazon มองว่าการหาทางโละทิ้งสินค้าที่ stranded แล้วเพิ่มที่ว่างให้สินค้าใหม่ๆเข้ามา น่าจะส่งผลดีมากกว่า

8.
ผู้ขาย FBA ต้องทำไงบ้าง?
==> หมั่นเช็คลิสสินค้าตัวเองอย่าให้เกิด stranded inventory
==> หมั่นเช็คอีเมล์ เพราะ Amazon จะคอยแจ้งเตือน เมื่อเห็นเมล์แล้วก็รีบเข้าไปแก้ไขให้เรียบร้อยครับ

======= อีเมล์ต้นฉบับจาก Amazon ======

Hello from Fulfillment by Amazon,

We are writing to tell you that starting on June 10, 2019, in accordance with FBA policy, inventory that is stranded for an extended period will be classified as unsellable and must be removed from Amazon fulfillment centers.

Important details

If your inventory is stranded, we will notify you by email. If you don’t activate your listing or create a removal order within 30 days of receiving the notification email, your inventory will be classified as unsellable. For more information, see the stranded reason table on Resolve stranded inventory issues.
Inventory classified as unsellable cannot be converted back to sellable. It must be removed from fulfillment centers or it will be disposed of at your cost after 30 days.
On Fix stranded inventory the Date of stranded event column tells you when the inventory was stranded. The Date classified as unsellable column states when listings will change to unsellable.
Inventory stranded for the following reasons does not require removal:
Future listing sell date
Listing closed
Listing closed and inventory error
Under hazmat review
Merchant fulfilled
Merchant fulfilled (including dangerous goods information required)
For more information, including tips on avoiding stranded inventory, visit Stranded inventory and Required removals.

Thank you.

The Fulfillment by Amazon team

==============================================================================

April 17, 2019

(ใครทำ FBA ต้องอ่าน) ภาษีขายที่อาจจะกระทบรายได้คนทำ FBA บางกลุ่ม

หลายท่านคงได้รับอีเมล์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีขาย ที่ต้องจ่ายให้ Amazon.com ที่ส่งมาช่วงก่อนสงกรานต์ 11 เมษายน ซึ่งค่อนข้างกำกวมว่าเหล่าผู้ขายต้องจ่ายอะไรเพิ่มยังไง ทำให้ Amazon.com ต้องออกจดหมายเพิ่มเติม ซึ่งก็คือฉบับทีี่ผมแปะไว้ด้านล่าง

เลยถือโอกาสสรุปให้คร่าวๆละกันครับ

1.
ภาษีนี้จะเริ่มเก็บ 1 มิถุนายน 2019 นี้

2.
จะเก็บเฉพาะบางเมืองที่ธุรกิจตั้งอยู่ คือ Connecticut, the District of Columbia, Hawaii, South Dakota or West Virginia แต่ละรัฐเก็บไม่เท่ากัน เฉลี่ย 4%-10% ถ้าไม่ได้มีธุรกิจอยู่ที่รัฐเหล่านี้ ก็ไม่ต้องจ่าย (คนไทยส่วนใหญ่รอดไปครับ!)

3.
กรณีคนทำ FBA ที่ใช้บริการ FBA Prep Services ในรัฐ Arizona, Connecticut, Illinois or West Virginia ต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐนั้นๆครับ ดังนั้นในข้อนี้ คนไทยที่ส่งของไปเปล่าๆ แล้วให้ทาง FBA Prep Services เป็นคนแพ็ค เป็นคนติด label ให้ และบริการอื่นๆ จะต้องเสียภาษีส่วนนี้ครับ วิธีคำนวณดูในเมล์

4.
ถ้าเราส่ง FBA ไปแล้วใช้บริการนอกเหนือจากรัฐใน 3. ไม่ต้องเสียภาษีครับ

5.
ใครสงสัยเพิ่มเติมก็ทักมาคุยกันได้ครับ

—– อีเมล์ต้นฉบับจาก Amazon.com —–
Dear seller,

On April 11, 2019, we sent you an email informing you of upcoming changes to the collection of sales tax on some of the fees you pay on Amazon.com.Based on the feedback we received, we realize that we did not include sufficient details in that email, and we would like to apologize. The purpose of this email is to provide greater clarity on the upcoming changes.

We are not increasing our fees. However, some states consider Selling on Amazon fees, such as per item, order, and referral fees taxable services. Similarly, Fulfillment by Amazon (FBA) inventory prep fees, such as bubble wrap, polybag, taping, and labels are considered taxable in some states. To comply with state tax laws, Amazon.com must begin collecting and remitting sales tax on some of these fees. Though we recognize that these taxes will increase costs for some of our selling partners, we expect that the vast majority of fees paid on Amazon.com will be unaffected by these changes in taxability.

Below, we have included a breakdown of the states where we will begin collecting sales tax on certain fees starting June 1, 2019. The location of your business determines whether tax is applicable on the Selling on Amazon fees. The location of the fulfillment center performing the service determines whether tax is applicable on the FBA inventory prep fees. U.S. tax rates typically range between 4% and 10%. State tax rules can change frequently and the information below may become outdated if states make changes to their laws.

• Amazon is required to collect taxes on Selling on Amazon fees in Connecticut, the District of Columbia, Hawaii, South Dakota or West Virginia, based on each state’s tax rates. Selling on Amazon Fees include the Referral Fee, Subscription Fee, Variable Closing Fee, Per-item Fee, Promotion & Merchandising Fee, Refund Commission Fee, Checkout by Amazon, and Sales Tax Collection Fee. For example, if your business is located in West Virginia, and your sales tax rate is 6.39%, and you sell an item with a total price of $20, which is subject to a 15% referral fee, we will collect and remit a sales tax of $0.19 to comply with state laws (calculated as 6.39% of the referral fee amount of $3.00). If your business is located outside Connecticut, the District of Columbia, Hawaii, South Dakota or West Virginia, we will not collect sales tax on the Selling on Amazon fee you pay.

• Amazon is required to collect taxes on FBA Prep Services in Arizona, Connecticut, Illinois or West Virginia, based on each state’s tax rates. FBA inventory prep fees include the Labelling Fee, Polybagging Fee, Bubblewrap Fee, Taping Fee, and Opaque Bagging Fee. For example, if you decide to use FBA Prep Service to bubble wrap your products, and the service is performed at a fulfillment center in Arizona, and the sales tax rate at that location is 8.37%, and the bubble wrap fee is $0.80/unit, we will collect and remit a sales tax of $0.07 to comply with state laws (calculated as 8.37% of the bubble wrap fee amount of $0.80/unit). If the service is performed at a fulfillment center outside Arizona, Connecticut, Illinois or West Virginia, we will not collect sales tax on the FBA Inventory Prep fees you pay.

For a list of Frequently Asked Questions on this topic, refer to the following page: https://sellercentral.amazon.com/gp/help/GA65GGD8MR46A2WL.

You will be able to view the sales tax collected on your fees in the transaction details page of your Payments reports.

For a complete list of seller fees, refer to the following Help pages:
• Selling on Amazon Fee Schedule: https://sellercentral.amazon.com/gp/help/G200336920
• FBA features, services, and fees: https://sellercentral.amazon.com/gp/help/G201074400

Regards,
Amazon Services

———————————————————————————————————————-

January 11, 2019
Deprecation of older category specific templates and Book Loader

Starting January 31, 2019, if you are using category specific templates or the Book Loader, Amazon will no longer accept older versions of the category specific inventory templates. We have improved the product listing experience allowing you to customize your templates to list multiple products from different categories together. We recommend that you start using the new templates.

หากใครที่ขายสินค้ามาเป็นเวลานาน และมีการลงสินค้าด้วย excel อยู่เรื่อยๆ ก็จะเข้าใจข่าวนี้เป็นอย่างดี จริงๆ Amazon มีการแจ้งเตือนมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วว่า excel แบบเก่าจะใช้อัพโหลดสินค้าได้ถึงวันที่ 31-มกราคม-2019 โดยบังคับให้ผู้ขายต้องใช้ excel แบบใหม่ ที่จะสามารถลงสินค้าหลายๆหมวดได้ด้วย excel เดียว ในขณะที่แบบเก่าจะระบุไปเลยว่าเป็น excel สำหรับหมวดสินค้าอะไร เช่น หมวดบ้านและสวน หมวดเสื้อผ้า หมวดเด็ก เป็นต้น หากใครพึ่งขายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะ excel ที่ท่านใช้อยู่ก็น่าจะเป็น excel แบบหมดทั้งแล้วครับ