แชร์ประสบการณ์ โดนฟ้องเป็นล้าน กับสินค้าที่ขายไม่ได้สักชิ้น

amazon ยึดเงิน ละเมิดลิขสิทธิ์ โดนฟ้อง ip trademark copyright

วันดีคืนดีคุณอาจจะตื่นมาแล้วพบว่าเงินไม่โอนจาก Amazon, eBay หรือจากที่อื่นๆ แถมด้วยคำสั่งศาล โดนฟ้องเป็นล้าน กับสินค้าที่ยังขายไม่ได้เลยสักชิ้น บทความนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจเหตุการณ์และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดกับตัวเองได้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวและอยากจะนำมาแชร์ให้ได้รู้กัน

เหตุการณ์ก่อนรู้ว่าโดนฟ้อง

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2018 ในขณะเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังขายสินค้าบน Amazon อย่างสนุกสนาน ออเดอร์มาเรื่อยๆทุกวัน เพราะเป็นช่วง High Season แต่ตื่นมาในเช้าวันหนึ่งกลับพบว่า เห้ย! ทำไมเงินมันไม่โอนเลยว่ะ เขารีบเข้าเช็คในระบบอย่างละเอียดโดยทันที แล้วพบว่าเงินมันค้างมาเรื่อยๆจนถึงรอบบิลที่ 3 แล้ว โดยในตอนแรกเขาคิดว่ามันแค่บล็อคเงินไว้เฉยๆตามกฏใหม่ที่ต้องให้ของส่งถึงลูกค้าก่อน แต่นี่มันไม่ใช่แล้ว!

ควรปิดร้านชั่วคราว (Inactive) ในทันทีไหม

เพื่อนถามผมว่าควรทำยังไงดี ผมเลยแนะนำไปว่าควรปิดร้านก่อนเลยก่อนที่จะรู้สาเหตุจริงๆ ส่วนตัวหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหากับบัญชีหรือไม่ ให้ทำการ inactive ร้านชั่วคราวไปก่อน แน่นอนว่าสำหรับบางคนการปิดร้านไปหนึ่งวัน ยอดขายอาจจะหายไปเยอะเลย ซึ่งคนที่มียอดเยอะย่อมมีประสบการณ์ระดับหนึ่งแล้ว สุดท้ายแล้วท่านก็ต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะปิดหรือไม่ปิดร้านก่อนดี คุณตอบมันได้เอง

ติดต่อ Seller Support ขอความกระจ่าง

ขั้นตอนถัดมาที่ผมแนะนำให้เพื่อนทำคือ รีบส่งอีเมล์หา Seller Support เพราะคือคนที่จะเข้าถึงข้อมูลร้านเราได้ และเช็คได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการโอนเงิน หลังจากส่งอีเมล์ไป 1 วัน ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า บัญชีของคุณโดนระงับการโอนเงินไว้ชั่วคราวเนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งทาง Amazon ได้ส่งaอีเมล์แจ้งบอกไปก่อนหน้านี้แล้ว

เพื่อนถึงกับงงว่าคืออันไหน เพราะเคยเจอหนึ่งเคสที่ส่งเข้าในระบบผ่าน Notification แต่เคสนี้ไม่เคยเห็นเลย เขาเลยลองเช็คอีเมล์ละเอียดอีกครั้ง แล้วพบว่ามี 1 เคส ผ่านมา 1 เดือนแล้ว ที่ Amazon แจ้งมาทางอีเมล์แต่ไม่มีการส่งเตือนในระบบ โดยเป็นการส่งแจ้งเตือนให้ติดต่อกับ Right Owner (เจ้าของลิขสิทธิ์) ว่าเรามีการละเมิดสินค้า แต่ก็ไม่ได้มีข้อมูลหรือเอกสารอื่นๆแนบมาแต่อย่างใด แน่นอนว่าเขาก็ยังงงอยู่ดีว่ามันเกี่ยวกันไหม ใช่เคสนี้จริงหรือ

นี่โดนฟ้องศาลหรือนี่

ในเมื่อไม่กระจ่างเขาจึงลองติดต่อไปยัง Right Owner เพื่อสอบถามรายละเอียด และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตะลึงนั่นคือ อีเมล์ตอบกลับที่มีเอกสารแนบมาถึง 7 ฉบับ แต่ละฉบับก็หลายสิบหน้า ทุกประโยคเต็มไปด้วยคำศัพท์ทางกฏหมาย ที่อ่านไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่เขาจับใจความได้ว่า “นี่กูโดนฟ้องศาลนี่หว่า” ส่วนผมก็ได้แค่พูดไปเบาๆว่า “เออใข่มึงโดนฟ้องว่ะ”

โดนฟ้องศาล amazon
เพื่อไว้เป็นตัวอย่างและเป็นอุทาหรณ์ ผมจึงขออนุญาตเพื่อนให้ช่วยแคปหัวเอกสารมาให้

ทำไม Amazon ไม่บอกแต่แรก ปล่อยให้ขายเรื่อยๆและไม่จ่ายเงิน เจ็บหนัก!

อันนี้เป็นหนึ่งประเด็นที่ผมกับเพื่อนนั่งถกกันอยู่สักพัก ถึงระบบ Amazon ที่มันเปลี่ยนไป หากย้อนไปมากกว่า 5 ปี หากมีการฟ้องร้อง ร้านบน Amazon จะโดนปิดและผู้ขายก็จะรู้ว่าโดนฟ้องในข้อหาที่หนักจึงถึงขั้นโดนปิด ความเสียหายก็จะจบที่ยอดเงินที่ค้างอยู่ตรงนั้นและโดนยึดเงินไปแค่นั้น แต่ระบบใหม่นั้น Amazon จะไม่มีการปิดร้านใดๆทั้งสิ้น ปล่อยให้ขายราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมกับเพื่อนได้แต่คิดว่าอาจจะเป็นระบบใหม่ที่ Amazon จะรวบรวมเงินจากผู้ขายให้ได้มากที่สุดและจ่ายเป็นค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้องร้อง หรือไม่ก็เก็บเอาเข้ากระเป๋าตัวเองก็ไม่มีใครรู้!

ทำไมมันฟ้องค่าเสียหายเป็นล้านว่ะ อะไรของมันเนี่ย!

นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนสบถคำนี้ออกมาเมื่อได้อ่านเอกสารที่ส่งมาอย่างละเอียด ผมก็อยู่ด้วยและช่วยมันแปลนั่นแหละ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็เปิด google ช่วยแปลกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพอจะเข้าใจได้นั่นคือ มันดันไปละเมิดสินค้าของบริษัทชื่อดัง แบรนด์ที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานมากกว่า 63 ปี และแน่นอนว่าบริษัทเหล่านี้มียอดขายเป็นหมื่นล้านต่อปี แบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่เพื่อนผมมันไม่รู้ไง ดันไม่ได้อยู่ในวงการนั้น แต่ดันลงสินค้าไม่ระวัง แถมก็ไม่เคยขายได้ด้วย ไม่เช็คให้ดีทั้งพวก Trademark, Copyright, หรือ Patent ซึ่งผมเคยแชร์ไว้ในบทความ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ปัญหาที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด ลองอ่านกันดู

การฟ้องร้องนั้น ปกติพวกบริษัทเหล่านี้จะมีทนายหรือทีมกฏหมายเป็นของตัวเองอยู่แล้วหรือไม่ก็จ้างบริษัทกฏหมายอีกที ที่เอาไว้ฟ้องร้องโดยเฉพาะ และเป้าหมายของการฟ้องก็ไม่ใช่อะไร นั่นคือ “เงิน” และแน่นอนว่าเมื่อฟ้องร้องแล้วก็ต้องเรียกค่าเสียหายให้คุ้มค่ากับค่าจ้างบริษัทกฏหมาย และค่าความเสียหายต่อแบรนด์ ทั้งนี้การจะให้ศาลอนุมัติว่าฟ้องร้องได้ตามที่ต้องการได้นั้นทางคนฟ้องก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าทำไมมันถึงฟ้องร้องด้วยยอดเงินจำนวนมากได้

ผมลองอ่านๆดูพบว่า ในเอกสารนั้นมีการอ้างอิงอย่างละเอียดว่าบริษัทมียอดขายเท่าไหร่ มีการสั่งสมชื่อเสียง ต้องเสียค่าโปรโมทแบรนด์ตัวนี้มาอย่างยาวนาน มีการลงทุนไปอย่างมหาศาลตั้งแต่อดีต เพื่อให้แบรนด์แข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญหากใครจะใช้แบรนด์ภายใต้ “Trademark” นี้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง “$2,000,000”  หรือประมาณ 60 ล้านบาท (บ้าไปแล้ว) แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หากเราลองมองในบริษัทระดับต้นๆของโลกในวงการนั้นๆจริงๆ

โดนฟ้อง amazon ละเมิดลิขสิทธิ์
ในเอกสารที่ระบุถึงค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเมิดใช้ Trademark

แล้วเพื่อนโดนฟ้องเท่าไหร่

โชคดีที่โดนฟ้องไม่ใช่ $2,000,000 แต่ก็ยังโชคร้ายคือโดนเรียกค่าเสียหาย $100,000 แน่นอนมันก็ยังเยอะอยู่ดี อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ผมตกตะลึงมากกว่าจำนวนเงินที่ฟ้องคือ จำนวนคนที่โดนฟ้อง เพราะเอกสารที่แนบมานั้น มันแนบผู้ขายรายอื่นๆทั้งบน Amazon, ebay, และเว็บไซต์ส่วนตัวด้วย พูดง่ายๆคือมันฟ้องแหลกมาก นับดูรายชื่อน่าจะเกือบร้อย และแต่ละรายก็น่าจะอยู่ที่ $100,000

ในเอกสารระบุไว้ว่าเพื่อนต้องไปขึ้นศาล ณ วันที่ xxx ที่ xxx ณ ประเทศ USA

ถึงตรงนี้ผมไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลต่อแล้ว ก่อนจะอัพขึ้นเว็บ ผมได้ให้เพื่อนตรวจทานดูก่อนแล้ว มันบอกว่าถ้าจะละเอียดขนาดนี้มึงไม่เอาชื่อกูแปะไปเลยล่ะ ผมเลยขอจบรายละเอียดเคสไว้ตรงนี้ ใครเจอปัญหาลองทักมาถามๆดูได้

กันไว้ดีกว่าแก้

วัตถุประสงค์ของบทความนี้คือเพื่อเตือนสติเหล่าผู้ขายทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Amazon, eBay หรือเว็บไซต์ไหนๆ หรือแม้แต่ขาย offline การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ การส่งเสริมการขายสินค้าปลอมก็เท่ากับละเมิดแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นแบรนด์เล็กหรือใหญ่ หากแบรนด์นั้นๆมี Trademark, copyright, patent รองรับไว้แล้ว หากคุณไปละเมิดก็มีโอกาสโดนฟ้องได้หมด โดยเฉพาะในประเทศที่เข้มงวดอย่าง USA

ในเมืองไทยก็เช่นกัน การขายสินค้าลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับการขออนุญาตแล้วโดนฟ้องร้องก็มีไม่น้อยเช่นกัน การเรียกค่าเสียหายก็ไม่น้อย หลักแสนหลักล้านเช่นกัน ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการเจรจา การไกล่เกลี่ยระหว่างสองฝั่งว่าจะมีการชดใช้ค่าเสียหายกันเท่าไหร่ ขายแบบไม่โดนฟ้องดีที่สุดแล้ว

หลายคนบอกว่างั้นหนีไปขายเว็บอื่นๆที่ไม่ใช่ Amazon แน่นอนว่าทำได้ แต่การฟ้องร้องก็ยังเกิดขึ้นได้อยู่ดี การยึดเงินก็ทำได้เช่นกันเพราะในแต่ละเว็บไซต์คุณก็ต้องรับเงินผ่านทาง Payment Gateway ของบริษัทตัวกลางอยู่ดี เมื่อมีคำสั่งศาลให้ยึดเงิน บริษัทเหล่านั้นก็ต้องระงับการโอนเงินให้คุณอยู่ดี หากไม่ทำก็เท่ากับสนับสนุนคนทำผิด

การป้องกันไม่ให้เกิดนั้น ย่อมดีกว่าและปวดหัวน้อยกว่าการแก้ไขอย่างแน่นอน!

ติดตาม VAS247 เอาไว้

ทาง vas247 จะมีการอัพเดตข้อมูลสำคัญๆและคิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้ขายอยู่เสมอๆ ติดตามได้ทาง Youtube, Facebook และเว็บไซต์ แน่นอนว่าต่อไปจะมีอะไรสนุกๆ มีประโยชน์ให้ได้ลองใช้กันแน่นอน โดยเฉพาะคนที่สนับสนุนบทความดีๆ คอยแชร์อยู่เสมอๆ

========================================================

เครื่องมือช่วยเหลือจัดการชื่อสินค้า + keyword คลิก

ยกเว้นค่าธรรมเนียมโอนเข้าจาก 1% เป็น 0%  สมัคร Payoneer รับฟรี 35$ ได้ที่นี่

ใครมียอดมากกว่า 4000$/เดือน มีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ติดต่อเพื่อสอบถาม

Sales Tax ฝันร้ายกำลังมาเยือน ขายออนไลน์ใน USA

ใครต้องการดู สอน สมัคร Amazon Seller ล่าสุด อัพเดต 2019 แบบละเอียด

เพิ่มยอดขายต้องอ่าน 19 เทคนิค ทำแล้วขายดี Amazon สำคัญมากๆ

ใครเคยโดนแบนหรือไม่อยากโดนแบน อ่าน 7 สาเหตุโดน Amazon แบน รู้ไว้ไม่โดนแบน

ฝากกดไลค์ กดติดตาม VAS247
ยังมีบทความดีๆอีกเพียบ

vas247 youtube ขายสินค้า amazon
Vas247 เฟสบุ๊ค

ขอให้โชคดีกับการขายสินค้าบน Amazon สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้เลย 

ติดต่อเรา

LINE@ : @vas247

เพิ่มเพื่อน vas247

vas247 line@ บริการ Amazon ebay ecommerce

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *